ชื่อหน่วยงาน สถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.
วัตถุประสงค์
๑.  เพื่อสนับสนุนการรักษาความมั่นคงของชาติ  ศาสนา   พระมหากษัตริย์
๒. เพื่อสนับสนุนนโยบายของกองทัพบก
๓.  เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล
๔.  เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ทั้งด้านการศึกษาและวิชาชีพต่อกำลังพล
ของกองทัพบกและประชาชน
ประวัติความเป็นมา
กรมการขนส่งทหารบก  โดย    พลตรี  พงษ์  ปุณณกันต์  เจ้ากรมการขนส่งทหารบกในขณะนั้น  มีดำริที่จะตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงขึ้น  จึงขออนุมัติตั้งสถานีทดลองส่งวิทยุกระจายเสียงระบบ  A.M.  ขึ้น  เมื่อวันที่  5  มิถุนายน  พ.ศ. 2501  และผู้บัญชาการทหารบกได้อนุมัติให้ดำเนินการได้  เมื่อวันที่  24  มิถุนายน  พ.ศ. 2501  เนื่องจากการตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทดลองในครั้งนี้  กรมการขนส่งทหารบกมิได้ใช้งบประมาณของทางราชการ  และไม่ได้ตั้งอัตราเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นจากอัตรากำลังพลปกติของหน่วย  ตลอดจนเครื่องส่งและอุปกรณ์ต่าง ๆ หน่วยเป็นผู้จัดหาเองทั้งสิ้น   ซึ่งความมุ่งหมายในการตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.มีดังนี้  คือ

๑. เพื่อการศึกษา
๒. เพื่อค้นคว้าหาความรู้
๓. เพื่อเป็นศูนย์บริการข่าวสารของกรมการขนส่งทหารบก
๔. เพื่อเผยแพร่ความรู้
๕. เพื่อเพิ่มพูนความบันเทิงให้แก่ทหารตามกรมกอง
๖. เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างทหารและประชาชน    
เมื่อสถานีวิทยุกระจายเสียง ขส.ทบ. ทำการทดลองออกอากาศได้ระยะหนึ่ง พลตรี พงษ์ ปุณณกัณต์ เจ้ากรมการขนส่งทหารบก เห็นว่าควรจะมีคณะกรรมการดำเนินการบริหารเกี่ยวกับการกระจายเสียงของสถานีวิทยุ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมสถานีวิทยุขึ้น เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2501 โดยมี พลจัตวา ประวิตร งามอุโฆษ เป็นประธานกรรมการควบคุมสถานีวิทยุ หลังจากตั้งคณะกรรมการควบคุมสถานีวิทยุ เพื่อทำการบริหารการออกอากาศและการ ดำเนินการภายในสถานีวิทยุกระจายเสียงแล้ว พลจัตวา ประวิตร งามอุโฆษ รองเจ้ากรมการขนส่งทหารบก ได้ออกระเบียบสถานีวิทยุกระจายเสียงว่า ด้วยกำหนดเวลาส่งกระจายเสียง พ.ศ. 2501 โดยกำหนดเวลาออกอากาศเพื่อให้ผู้รับฟังติดตามรับฟังการออกอากาศดังนี้ คือ
ออกอากาศวันราชการ  วันละ  3  ครั้ง  คือ
ภาคเช้าออก  อากาศเวลา  06.00  -  0900  น.
ภาคกลางวัน  ออกอากาศเวลา  11.30  -  13.30  น.
ภาค่ำออก      อากาศเวลา  17.00  -  21.00  น.

สำหรับวันอาทิตย์ภาคกลางวัน  หากหัวหน้าสถานีเห็นสมควรว่าจะออกอากาศเพื่อให้ ประชาชนรับฟังข่าวสารหรือความบันเทิง  ก็ให้ออกอากาศได้ตั้งแต่เวลา  10.00  -  14.00  น. ในระหว่างที่เริ่มออกอากาศนี้  สถานีวิทยุกระจายเสียงยังไม่ได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับ สถานีวิทยุกระจายเสียงโดยตรง   ดังนั้น  เมื่อวันที่  2  ธันวาคม  พ.ศ. 2501  พลจัตวา  ประวิตร  งามอุโฆษ รองเจ้ากรมการขนส่งทหารบก / ประธานกรรมการควบคุมสถานีวิทยุ  จึงมีคำสั่งแต่งตั้งหัวหน้าสถานีวิทยุ กระจายเสียง  และผู้ช่วยหัวหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียง  ดังต่อไปนี้  คือ

พันเอก  ประนิต  เจริญศิริ                  เป็นหัวหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียง
พันโท  เฉลิม  คำรพวงศ์                     เป็นผู้ช่วยหัวหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียง

เมื่อดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมสถานีวิทยุกระจายเสียงเข้ามาดำเนินการ ควบคุมและบริหารการออกอากาศของสถานี  โดยมีหัวหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียง  และผู้ช่วยหัวหน้า สถานีวิทยุกระจายเสียง   เป็นผู้กำกับดูแลเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานแล้ว    การออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  โดยออกอากาศด้วยคลื่นความถี่ขนาด  1,028  กิโลไซเคิล กำลังส่งออกอากาศ  1  กิโลวัตต์  ออกอากาศจากสถานีวิทยุซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณกรมการขนส่งทหารบก สะพานแดง  บางซื่อ  จนกระทั่งคณะกรรมการควบคุมสถานีวิทยุกระจายเสียงเห็นสมควรที่จะกระทำพิธี เปิดสถานีวิทยุอย่างเป็นทางการ  เพื่อบริการข่าวสารและความบันเทิงแก่ประชาชน  จึงได้เรียนเชิญ
พลตรี พงษ์  ปุณณกันต์    เจ้ากรมการขนส่งทหารบก  เป็นประธานกระทำพิธีเปิดสถานีวิทยุกระจายเสียง  กรมการ ขนส่งทหารบก   เมื่อวันที่    27   ธันวาคม    พ.ศ. 2501
สถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.ได้ออกอากาศตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา  ด้วยคลื่นความถี่ และกำลังส่งที่ได้กล่าวมาแล้ว  แต่การใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวได้เกิดการรบกวนคลื่นความถี่ของคลื่นสถานี วิทยุใกล้เคียง  ดังนั้น  กรมการขนส่งทหารบกจึงขออนุมัติเปลี่ยนคลื่นความถี่วิทยุ  จากคลื่นความถี่เดิม 1,028  กิโลไซเคิล  เป็นคลื่นความถี่  1,276.6  กิโลไซเคิล  โดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการควบคุมความถี่ คลื่นวิทยุทหาร  ให้เปลี่ยนคลื่นความถี่ได้เมื่อวันที่  22  กรกฎาคม  พ.ศ. 2502  และในการใช้คลื่นความถี่ใหม่ออกอากาศนี้  ให้เริ่มใช้ได้ตั้งแต่  เดือนสิงหาคม  พ.ศ. 2502

หลังจากที่ทำการออกอากาศอย่างเป็นทางการแล้ว  สถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.ก็มี การปรับปรุงรายการต่าง ๆ  และการออกาอากาศให้มีความชัดเจนขึ้น  รวมทั้งส่งกระจายเสียงให้ไกลขึ้น จนกระทั่งเมื่อมีสถานีวิทยุกระจายเสียงเพิ่มมากขึ้น  โดยจัดสร้างเครื่องส่งขนาด  10  กิโลวัตต์  และทดลอง ออกอากาศเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องส่งเป็นประจำทุกวัน  เริ่มออกอากาศด้วยกำลังส่งดังกล่าว เมื่อวันที่  25  ธันวาคม  พ.ศ.  2506  โดยกำหนดเวลาทดลองออกอากาศด้วยเครื่องส่งขนาด  10  กิโลวัตต์  ดังนี้

วันธรรมดา
ภาคเช้า                    ทดลองออกอากาศเวลา  09.30  -  10.30  น.
ภาคกลางวัน            ทดลองออกอากาศเวลา  14030 -  16.30  น.
ภาคค่ำ                     ทดลองออกอากาศเวลา  22.00  -  01.00  น.
วันอาทิตย์                ทดลองออกอากาศเวลา  06.00  -  24.00  น.

สำหรับเวลานอกจากที่กล่าวมาแล้ว  เป็นการส่งกระจายเสียงด้วยเครื่องส่งเดิม  ในระหว่าง ที่ออกอากาศได้มีการแก้ไขและปรับปรุงคุณภาพอยู่ตลอดเวลา       เมื่อมีการตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขทดลองออกอากาศแล้ว จึงขออนุมัติเพิ่มกำลังส่งของระบบ  A.M. จาก 1 กิโลวัตต์ เป็น  10  กิโลวัตต์  เมื่อ วันที่   27    ธันวาคม   พ.ศ. 2507  และเริ่มออกอากาศด้วยเครื่องส่งขนาด  10  กิโลวัตต์  อย่างเป็นทางการ  เมื่อวันที่    5  มกราคม   พ.ศ.  2508

จากนั้น  การสื่อสารได้เปลี่ยนแปลงก้าวหน้า  เพิ่มขึ้นตามลำดับสถานีวิทยุต่าง ๆ  มีการ พัฒนาระบบกระจายเสียงให้มีคุณภาพและชัดเจนมากยิ่งขึ้น  สถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.  ก็เช่นกัน กล่าวคือ  พลตรี  พล   ศรินทุ  เจ้ากรมการขนส่งทหารบก  เล็งเห็นความสำคัญในการที่จะปรับปรุงการส่ง กระจายเสียงให้มีความทันสมัยขึ้นเมื่อวันที่  18  เมษายน  พ.ศ.2509 จึงมีหนังสือเรียนผู้บัญชาการทหารบก  (ผ่านเจ้ากรมการทหารสื่อสาร )  เพื่อขอปรับปรุงกิจการกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียง ขส.ทบ. ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น  จึงขอส่งกระจายเสียงความถี่ระบบ F.M.  ออกอากาศควบคู่ไปกับ  ระบบ A.M. เพื่อให้การรับฟังได้ผลดีที่สุด  และขอจดทะเบียนความถี่ระบบ  F.M.  โดยออกอากาศด้วยคลื่นความถี่ขนาด  98.7  เมกกะไซเคิล  การขออนุมัติครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการควบคุมวิทยุกระจายเสียง  และวิทยุโทรทัศน์ในกองทัพบก  พ.ศ. 2507   ลงวันที่  19  พฤษภาคม  พ.ศ. 2507

ระหว่างที่สถานีวิทยุต่าง ๆ  ในสังกัดกระทรวงกลาโหม  ทำการกระจายเสียงตามรายการ ของแต่ละสถานีนั้น  บางสถานีมีเวลาเปิดและปิดสถานีที่แน่นอน  แต่บางสถานีทำการกระจายเสียงตลอด 24  ชั่วโมง ผลของการส่งกระจายเสียงแบบนี้ ทำให้ควบคุมนักจัดรายการไม่ทั่วถึง มีการจัดรายการต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น กระทรวงกลาโหมจึงมีคำสั่ง กระทรวงกลาโหม ที่  277/09 เรื่องให้กวดขันการจัดรายการออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2509 เนื่องจากสถานีวิทยุกระจายเสียงหลายแห่งทำการกระจายเสียงตลอด 24 ชั่วโมง โฆษกที่ดำเนินรายการพูดจาไม่สุภาพ ทางสถานีมีรายการนัดแนะ ชักชวน ทวงสัญญาทำนองชู้สาว   ทำให้เสื่อมเสียวัฒนธรรม       สำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรีจึงมีมติให้ระงับการขอตั้งสถานีวิทยุใหม่ทุกแห่ง ส่วนผู้ที่มีอยู่แล้ว ให้หน่วยราชการที่เป็นเจ้าของ ควบคุมอย่าให้มีการออกรายการที่ไม่เหมาะสม และไม่อนุญาตให้ขยายกำลังเครื่องส่งอีก ตลอดจนห้ามสถานีวิทยุของส่วนราชการต่าง ๆ ในสังกัด กระทรวงกลาโหม จัดรายการต่อไปนี้โดยเด็ดขาด คือ

1. รายการเพลงตามคำขอ
2. รายการสื่อสัมพันธ์ แนะนำ ชักชวน ทำนองชู้สาว
3. รายการโฆษณา หรือเพลงโฆษณา ทางการค้า หรือ การโฆษณาอื่นใดที่มิใช่เป็นการโฆษณาของทางราชการ

หลังจากสถานีวิทยุกระจายเสียง ขส.ทบ. ทำการกระจายเสียงด้วยระบบ A.M. เรื่อยมา ในช่วงเวลาดังกล่าว สถานีวิทยุต่าง ๆ ได้ปรับปรุงการส่งกระจายเสียงให้มีความคมชัดและเสียงรับฟังดียิ่งขึ้น โดยส่งกระจายเสียงในระบบ F.M. ซึ่งมีหลายสถานีได้ทำการส่งกระจายเสียงแล้ว ดังนั้น  เมื่อวันที่  24  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2511  พลตรี  ประนิต  เจริญศิริ  ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ. จึงจัดประชุมคณะกรรมการสถานีวิทยุกระจายเสียง  โดยในที่ประชุมมีความเห็นว่า  กรมการขนส่งทหารบกควรจะตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง  ระบบ  F.M.     เพื่อปรับปรุงการส่งกระจายเสียงให้ดียิ่งขึ้นหลังจากนั้นเป็นต้นมา  ก็มีการวางแนวทางที่จะตั้งสถานีวิทยุกระจายสียง  F.M. 

ปี  พ.ศ. 2511  มีการควบคุมสถานีวิทยุของทางราชการให้ดำเนินการาให้ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ  ดังนั้น  เพื่อให้การตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ. ระบบ  A.M.  ถูกต้องตามระเบียบวันที่  3  ตุลาคม  พลตรี  ประนิต  เจริยศิริ  เจ้ากรมการขนส่งทหารบก  มีหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียง  ขออนุมัติจัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง  (ซึ่งจัดตั้งอยู่เดิมแล้ว )  เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบว่าด้วยสถานีวิทยุกระจายเสียงของส่วนราชการ  พ.ศ. 2511  มีรายละเอียด  คือ

1.ชื่อสถานี  “ สถานีวิทยุกระจายเสียง  กรมการขนส่งทหารบก ”  กระจายเสียงจาก กรมการขนส่งทหารบก  บางซื่อ  พระนคร
2. กำลังออกอากาศ    0.25  kw.  ความถี่  1,276.6  กิโลไซเคิล
3. เวลาออกอากาศ
. ภาคแรก  ตั้งแต่เวลา  06.00  -  14.00  น.
. ภาคหลัง  ตั้งแต่เวลา 16.55  -   22.00  น.

หลังจากผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.และคณะกรรมการ  มีมิตเห็นชอบในการจะทำการกระจายเสียง  ด้วยระบบ  F.M.  ในวันที่  22  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2511  แล้ว   ต่อมาในวันที่  15 ตุลาคม  พ.ศ. 2511  พันเอก นิมิต     มณีสน     รองหัวหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.    ทำการแทน หัวหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.ได้มีหนังสือถึง  คณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียง  เพื่อขอตั้งสถานีวิทยุ   ขส.ทบ. ระบบ  F.M.  แต่การขออนุมัติในคราวนั้น  ไม่มีหนังสือตอบรับจากคณะกรรมการ บริหารวิทยุกระจายเสียงแต่อย่างใด

การส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ. ระบบ A.M.  ด้วยความถี่ 1,276.6 กิโลไซเคิล  เริ่มเกิดปัญหา  เนื่องจากมีการจัดตั้งสถานีวิทยุใหม่ขึ้นมาหลายสถานี  ทำให้คลื่นความถี่มีการ เบียดแทรกและรบกวนกัน  ดังนั้น  สถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.  จึงเปลี่ยนแปลงความถี่ในการกระจายเสียง  จากความถี่  1,276.6  กิโวไซเคิล  เป็นความถี่  1280  KHz   และรายงานขออนุมัติเปลี่ยนแปลงความถี่ โดยกรมไปรษณีย์โทรเลขได้มีหนังสือ  ลงวันที่  10  เมษายน  พ.ศ. 2512  แจ้งให้ทราบว่า  การขอให้ความถี่จากเดิม  1,276.6  KHz   เป็น  1280  KHz   นั้น  จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อได้รับการยืนยันจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศแล้วเท่านั้น

วันที่ 7  ธันวาคม  พ.ศ. 2515  พลตรี  ประนิต  เจริญศิริ  มีหนังสือเรียนหัวหน้าคณะปฏิวัติ เพื่อขออนุมัติดำเนินการกระจายเสียง  ระบบ  F.M.  โดยให้เหตุผล  ดังนี้

เนื่องจากกรมการขนส่งทหารบก  ได้ดำเนินการส่งกระจายเสียง  ระบบ  A.M.  ด้วยเครื่อง ส่งวิทยุ  กำลังส่ง  10 Kw.  ความถี่  1,280  KHz  มาตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2501  เป็นเครื่องส่งที่ผลิตภายในประเทศ มีสภาพทรดโทรม และความถี่ที่อยู่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร  เนื่องจากถูกรบกวนจาก  สถานีวิทยุอื่น ๆ  ประกอบกับกรมการขนส่งทหารบก  เคยขออนุมัติจดทะเบียนความถี่วิทยุ  ระบบ F.M.  ไปยังกองทัพบก  ตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2509  โดยขอให้ความถี่  98.7  เมกกะไซเคิล  ซึ่งกรมไปรษณีย์โทรเลขรับจดทะเบียนความถี่คลื่นวิทยุ  โดยเปลี่ยนเป็นขนาด  101.75  MHz    และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศได้ตรวจสอบแล้ว  เมื่อปี 2513   กรมการขนส่งทหารบก  จึงมีความประสงค์ขอปรับปรุง  ให้มีการส่งวิทยุกระจายเสียงในระบบ  F.M.  เพิ่มขึ้นตามความประสงค์เดิมที่กำหนดไว้ตั้งแต่ปี  พ.ศ. 2509  เช่นเดียวกับสถานีวิทยุอื่น ๆ  ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของทหารและประชาชนโดย ทั่วไป  โดยใช้ความถี่ขนาด  101.75  MHz   และกองทัพบกได้เห็นชอบด้วย  พร้อมกับทำเรื่องรายงานไปยังประธานคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงแล้ว  และจากการติดตามเอกสารทราบว่าประธานอนุกรรมการฝ่ายเทคนิคได้ตอบไม่ขัดข้อง  และนำเรียนคณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงไปแล้ว  เมื่อวันที่  23  กันยายน  พ.ศ. 2514  กรมการขนส่งทหารบก  จึงขออนุมัติดำเนินการกระจายเสียง  ระบบ  F.M.    ความถี่  101.75  MHz  เป็นกรณีพิเศษ  โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการแต่ประการใด

ต่อมา  ในวันที่  28  ธันวาคม  พ.ศ.  2514  คณะกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียง  มีหนังสือแจ้งให้กรมการขนส่งทหารบกทราบว่า  ตามที่กรมการขนส่งทหารบกได้ขออนุมัติหัวหน้าคณะปฏิวัติ  ทำการส่งวิทยุกระจายเสียง  ระบบ  F.M.    ความถี่  101.75  MHz  เพิ่มขึ้น  เนื่องจากเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียง ระบบ   A.M.  ความถี่  1,280  KHz ที่ใช้ออกอากาศอยู่ทรุดโทรม  และใช้ไม่ได้ผลนั้น  เรื่องนี้คณะปฏิวัติได้อนุมัติแล้ว  ในวันที่  10  ธันวาคม  พ.ศ. 2514

เมื่อได้รับอนุมัติ่ให้ตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียง  ระบบ  F.M.  แล้ว  ก็มีการเตรียมการด้าน ต่าง ๆ  โดยวันที่  5  เมษายน  พ.ศ. 2515  พลตรี  ประนิต  เจริญศิริ  เจ้ากรมการขนส่งทหารบก  มีเอกสาร ถึงผู้อำนวยการกองช่างวิทยุ  กรมไปรษณีย์โทรเลข  เรื่องการสี่งซื้อเครื่องส่งวิทยุ  F.M. ขนาด10  kw. และ อุปกรณ์  ซึ่งสถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.ได้มอบให้บริษัท  อินเตอร์เนชั่นแนล  เอนจีเนียริ่ง  จำกัด  เป็นตัวแทนสั่งซื้อจากบริษัท  Wilkinson  Electronice  Inc ,   Jampro  Amtenna  CO.  และ Phelps  Dodge Communication  CO.   ประเทศสหรัฐอเมริกา      และวันที่     28     เมษายน  พ.ศ.  2515    พลตรี  ประนิต  เจริญศิริ    เป็นประธานวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้างอาคารสถานีวิทยุกระจายเสียง  ระบบ  F.M.  ที่บริเวณโรงเรียนทหารขนส่ง

หลังจากทำการก่อสร้างและเริ่มออกอากาศแล้ว  เมื่อวันที่    28    พฤศจิกายน  พ.ศ.  2515  ได้จัดให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายเทคนิค  โดยมีผู้แทนจากกรมไปรษณีย์โทรเลข  เป็นประธาน คณะอนุกรรมการ  แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า  ได้รับการร้องเรียนจากสถานีวิทยุจุฬา ฯ  ระบบ  F.M.  ความถี่ 101.50  MHz  ว่าถูกรบกวนการออกอากาศจากสถานีวิทยุ ฯ  ขส.ทบ.  ความถี่  101.75  MHz  เนื่องจากคลื่น ความถี่ที่ใช้ใกล้เคียงกัน  ประธานคณะอนุกรรมการจึงให้ผู้แทนของกองทัพบก  ไปดำเนินการแก้ไขคลื่น ความถี่ใหม่

ครั้นทำการออกอากาศในระบบ  F.M.  เรียบร้อยแล้วจึงย้ายเครื่องส่ง  ระบบ  A.M.  เข้ามารวมอยู่ในอาคารเดียวกันกับเครื่องส่งระบบ  F.M.   และเปลื่ยนเครื่องส่งออกอากาศเป็นขนาด  25  kw.  เมื่อ วันที่  1  ธันวาคม  พ.ศ. 2515

วันที่  21  ธันวาคม  พ.ศ. 2515  รองอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข  ทำหน้าที่หัวหน้าสำนักงานบริหารและควบคุมความถี่วิทยุ   แจ้งขอรายละเอียดของสถานีวิทยุกระจายเสียงทุกแห่ง  เนื่องจากสถานีวิทยุกระจายเสียงต่าง ๆ  มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ความถี่  ที่ตั้งสถานีเครื่องส่งกำลังส่ง  ชั่วโมงการทำงาน  เพื่อรวบรวมรายละเอียดต่าง ๆเหล่านี้ส่งให้คณะกรรมการจดทะเบียนความถี่วิทยุระหว่างประเทศ  สถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.   จึงรวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ ส่งให้กับสำนักงานบริหารและควบคุม ความถี่วิทยุเมื่อวันที่  10  มกราคม  พ.ศ. 2516  ดังนี้  คือ

สถานวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.  ระบบ  A.M.
.  ความถี่จัดสรร  1,280  KHz
.  ชื่อสถานี  สถานีวิทยุ  ขส.ทบ.  ภาค  A.M.
.  ที่ตั้งสถานีเครื่องส่ง  ละติจุด 14 องศา 45 ลิปดา , ลองติจูด  100  องศา  30  ลิปดาตำบลบางซื่อ  อำเภอดุสิต  จังหวัดกรุงเทพ ฯ
.  กำลังส่ง (Carrier Power) 25  KW.
.  ลักษณะของสายอากาศส่ง : ใช้เสาเหล็กเป็นเสาอากาศสูง 54 เมตร ใช้แบบ vertical
.  ชั่วโมงทำงานอย่างมากที่สุด ตั้งแต่ 05.30 – 01.00 น.
.  หน่วยงานที่ใช้ความถี่นี้สถานีวิทยุฯ ขส.ทบ.

สถานีวิทยุกระจายเสียง ขส.ทบ. ระบบ F.M.
.  ความถี่จัดสรร 102 MHz (เริ่มออกอากาศเมื่อ 10 มีนาคม พ.ศ. 2516)
.  ชื่อสถานี  สถานีวิทยุ  ขส.ทบ.  F.M.  สเตอริโอ  มัลติเพล็กซ์
.  ที่ตั้งสถานีเครื่องส่ง ละติจูด 14 องศา 45 ลิปดา, ลองติจูด 100 องศา 30 ลิปดา ตำบล  บางซื่อ    อำเภอดุสิต จังหวัดกรุงเทพฯ
.  กำลังส่ง (Main Power) 10 KW.
.  ลักษณะของสายอากาศส่ง ใช้แบบ Super Gain 6 Bays.
.  ชั่วโมงที่ทำงานอย่างมากที่สุด ตั้งแต่ 05.30 – 01.00 น.
.  หน่วยงานที่ใช้ความถี่นี้ สถานีวิทยุฯ ขส.ทบ.

การส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียง ขส.ทบ. ได้ส่งกระจายเสียงเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2523 พลตรี ภิงการ  สุจริตกุล  เจ้ากรมการขนส่งทหารบก พิจารณาแล้วเห็นว่า  เครื่องกระจายเสียงระบบ F.M. ได้ทำการกระจายเสียงมาเป็นเวลา 8 ปี เครื่องส่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรม และคุณภาพด้อยลง ไม่สามารถแข่งขันกับสถานีวิทยุกระจายเสียงอื่นๆ ได้ จึงขออนุมัติซื้อเครื่องส่งกระจายเสียง ระบบ F.M. ใหม่ และได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขให้จัดซื้อได้ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2523

ต่อมาเมื่อวันที่  26 มกราคม พ.ศ. 2538 สถานีวิทยุกระจายเสียง ขส.ทบ. ระบบ A.M. ได้เปลี่ยนความถี่ในการกระจายเสียงจาก ความถี่ 1280 KHz. เป็นความถี่ 1,269 KHz.  และออกอากาศเรื่อยมา จนกระทั่งกองทัพบก  มีนโยบายให้สถานีในเครือข่ายกองทัพบก  ได้เปลี่ยนเครื่องส่งจากเดิม  ระบบหลอด เป็นระบบ  Solid  State    และสถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.  ได้ทำการเปลี่ยนเครื่องส่งเป็นระบบ Solid  State    เรียบร้อยแล้วในปี  พ.ศ.2552    ปัจจุบันออกอากาศด้วยกำลังส่ง  ๑๐  กิโลวัตต์      ครอบคลุมพื้นที่  22   จังหวัด  ได้แก่ กรุงเทพมหานคร      นนทบุรี      ปทุมธานี     ราชบุรี   เพชรบุรี   สมุทรสงคราม  สมุทรสาคร  สมุทรปราการ  กาญจนบุรี    ชลบุรี   ฉะเชิงเทรา   นครนายก   ปราจีนบุรี   พระนครศรีอยุธยา  สุพรรณบุรี  อ่างทอง    สระบุรี    ลพบุรี   สิงห์บุรี     ชัยนาถ  และอุทัยธานี

สถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.  เป็นสถานีวิทยุในเครือข่ายกองทัพบก  ออกอากาศกระจายเสียงให้สาระ  ความรู้  ความบันเทิง  ข่าว  และกิจกรรมที่น่าสนใจแก่ประชาชน        แม้แต่เกิดภาวะวิกฤต  ที่อยู่ในรูปแบบของภัยธรรมชาติ เช่น  พายุ   น้ำท่วม   แผ่นดินไหว   ไฟป่า  หรือรูปแบบของการก่อการร้าย   การชุมนุมประท้วง  การก่อความไม่สงบ  ภายในพื้นที่ให้บริการ   สถานีวิทยุกระจายเสียง  ขส.ทบ.  เป็นเครื่องมือที่ใช้สื่อสาร  กระจายข่าวสารให้ประชาชนได้ทราบและเตรียมพร้อมรับมือตามภัยคุกคามในสถานการณ์นั้น ๆ ได้อย่างรวดเร็วและทันเวลาสมกับคำขวัญที่ว่า   “ สถานีวิทยุกองทัพบก  วิทยุเพื่อปวงชน     ข่าวสาร    บันเทิง    และความมั่นคงของชาติ    ”

 
 
   
 
  • Loading..
  • Loading..
 
 
ลิ้งค์แนะนำ
 

 

   QR-CODE www.102radio.net

 

 

สถานีวิทยุกระจายเสียง ขส.ทบ.
2 กรมการขนส่งทหารบก ถนนประดิพัทธ์ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
เปลี่ยนสีทีม : red red red